แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกของร่างกาย หากร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากความแข็งแรงของกระดูกที่ลดลง หรือเรียกว่า “ภาวะกระดูกพรุน” นั่นเอง

นอกจากนี้ แคลเซียมยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ การทำงานของเส้นประสาท และการทำงานของระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย ที่สำคัญ แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ ดังนั้น การบริโภคแคลเซียมจากการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

แคลเซียมที่รับประทานเข้าไปจะถูกสะสมไว้ในโครงสร้างกระดูก และช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรง จากการศึกษาความหนาแน่นมวลกระดูกในช่วงอายุต่าง ๆ พบว่า มวลกระดูกจะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่วัยเด็ก และมีค่ามวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ในช่วงอายุ 20-25 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกที่ลดลงเป็นลำดับโดยจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 35-40 ปีในเพศหญิง และช่วงอายุประมาณ 40-45 ปีในเพศชาย ซึ่งมวลกระดูกของเพศหญิงจะลดลงในอัตราที่รวดเร็วกว่าเพศชาย โดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้พบว่า มวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ในแต่บุคคลจะแตกต่างกัน โดยปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูกสูงสุด ได้แก่ การบริโภคแคลเซียมในช่วงอายุก่อน 20-25 ปี,

การออกกำลังกาย และปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นต้น ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าการรับประทานแคลเซียมนั้นมีความสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย กล่าวคือ การได้รับแคลเซียมในวัยเด็กและวัยรุ่นนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยชรา ส่วนการได้รับแคลเซียมในวัยผู้ใหญ่นั้นจะช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากโรคกระดูกพรุน